Dark amber honeydew honey in a glass jar

น้ำผึ้งดิว คืออะไร: ไขข้อแตกต่างและวิธีใช้จากน้ำผึ้งเลี้ยงผึ้งแท้

คำตอบโดยสรุป

น้ำผึ้งดิว คือ น้ำผึ้งที่ผึ้งเก็บจากน้ำหวานของแมลงเพลี้ยบนต้นไม้ ไม่ใช่จากน้ำหวานดอกไม้ ซึ่งมักมีแร่ธาตุสูงกว่าและตั้งผลึกเร็วกว่า.

น้ำผึ้งดิวเกิดจากอะไร ไม่ใช่น้ำผึ้งจากดอกไม้

น้ำผึ้งดิวคือน้ำผึ้งที่ผึ้งเก็บจากน้ำหวานที่หลงเหลือจากแมลงเพลี้ยหรือแมลงชั่วโมงที่ดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นไม้ ไม่ใช่จากน้ำหวานของเกสรดอกไม้

ผึ้งจะบินออกไปเก็บน้ำหวานจากแมลงเพลี้ยที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ เช่น ต้นประดู่ ต้นยางพารา หรือต้นสน ซึ่งน้ำหวานนี้มีน้ำตาลทราย (sucrose) สูงกว่าน้ำผึ้งจากดอกไม้มากถึง 30% ถึง 40%

ในกระบวนการผลิต ผึ้งจะนำน้ำหวานมาผสมกับน้ำลายของตัวเองและย่อยสลายภายในรังให้กลายเป็นน้ำผึ้ง

น้ำผึ้งดิวที่สมบูรณ์แบบจะมีความชื้น (moisture content) ต่ำกว่า 18% ซึ่งอยู่ในเกณฑ์เดียวกับน้ำผึ้งทั่วไป แต่มีสารประกอบที่ไม่เหมือนใคร เช่น ไลเค่น (lichen) และแร่ธาตุจากเปลือกไม้ที่ติดมากับน้ำหวาน

ในเชิงเคมี น้ำผึ้งดิวมักมีอัตราส่วนของน้ำตาลฟรุกโตสและกลูโคสที่ต่างจากน้ำผึ้งดอกไม้ โดยกลูโคสมักจะสูงกว่าเล็กน้อย ทำให้มันมีแนวโน้มตั้งผลึกเร็วกว่า และกลายเป็นเนื้อครีมหรือแข็งเป็นก้อนภายใน 30 ถึง 45 วันหลังการเก็บเกี่ยว

ความหนาแน่นของน้ำผึ้งดิวอยู่ที่ประมาณ 1.35 ถึง 1.40 กรัมต่อมิลลิลิตร ซึ่งสูงกว่าน้ำผึ้งดอกไม้ทั่วไปที่มักอยู่ที่ 1.32 ถึง 1.35 กรัมต่อมิลลิลิตร

ความแตกต่างทางเคมีนี้ยังส่งผลให้กลิ่นของน้ำผึ้งดิวมีกลิ่นเหม็นเล็กน้อยของดินและยางไม้ ในขณะที่น้ำผึ้งดอกไม้มักมีกลิ่นหอมหวานที่ชัดเจนกว่า

เอนไซม์ invertase ที่ผึ้งสร้างขึ้นจะทำหน้าที่สลาย sucrose ให้เป็นกลูโคสและฟรุกโตสในน้ำหวานของเพลี้ย ทำให้น้ำผึ้งดิวมีความหนืดสูงกว่าและไหลช้ากว่าน้ำผึ้งดอกไม้ทั่วไปเมื่อเทียบในอุณหภูมิเดียวกัน

น้ำผึ้งดิวต่างจากน้ำผึ้งดอกไม้อย่างไรในแง่คุณค่าและรสชาติ

น้ำผึ้งดิวมีแร่ธาตุและรสชาติที่เข้มข้นกว่าน้ำผึ้งดอกไม้ทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของโพแทสเซียมและธาตุเหล็ก

จากการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ น้ำผึ้งดิวมีปริมาณแคลเซียมสูงกว่าน้ำผึ้งดอกไม้ประมาณ 3 เท่า และมีโพแทสเซียมสูงกว่าถึง 2.5 เท่า ซึ่งแร่ธาตุเหล่านี้มาจากน้ำเลี้ยงที่แมลงเพลี้ยดูดจากดินและรากต้นไม้

รสชาติของน้ำผึ้งดิวนั้นไม่ได้หวานจัดเหมือนน้ำผึ้งดอกดอกบัวหรือดอกมะพร้าว แต่จะให้รสชาติคล้าย malt หรือมอลต์ มีความหอมเล็กน้อยของดินและใบไม้ร้อย และบางครั้งมีรสขมเล็กน้อยจากสารแทนนิน (tannin) ที่พบในเปลือกไม้

ในการทำอาหาร การใช้น้ำผึ้งดิวแทน้ำผึ้งทั่วไปในปริมาณ 2 ช้อนโต๊ะ (ประมาณ 30 กรัม) จะให้รสชาติที่เด่นชัดกว่าใช้น้ำผึ้งดอกไม้ถึง 3 ช้อนโต๊ะ

ความหนืดของมันยังสูงกว่า ทำให้ไหลช้ากว่าและเกาะติดกับขนมปังหรือเนื้อสัตว์ได้ดีกว่า

สีของน้ำผึ้งดิวมักจะอยู่ในช่วงสีน้ำตาลเข้มถึงเกือบดำ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงกว่า

สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำผึ้งดิวมักจะวัดได้ที่ค่า DPV (Diphenyl-1-picrylhydrazyl) ที่สูงกว่าถึง 20% เมื่อเทียบกับน้ำผึ้งดอกไม้ทั่วไป

หาซื้อน้ำผึ้งดิวแท้จากประเทศไทยได้ที่จังหวัดใดบ้าง

น้ำผึ้งดิวแท้จากไทยหาซื้อได้ส่วนใหญ่จากภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช ซึ่งมีต้นประดู่และต้นยางเป็นแหล่งน้ำหวานของแมลงเพลี้ย

ในพื้นที่ป่าไม้ผลัดใบทางภาคใต้ แมลงเพลี้ยที่อาศัยอยู่บนต้นประดู่จะสร้างน้ำหวานออกมาจำนวนมากในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม

การเก็บเกี่ยวน้ำผึ้งดิวในพื้นที่เหล่านี้ถือเป็นความท้าทายสำหรับผู้เลี้ยงผึ้ง เพราะปริมาณการผลิตต่อรังจะต่ำกว่าน้ำผึ้งดอกไม้มาก โดยรังผึ้งหนึ่งรังจะให้น้ำผึ้งดิวเพียง 5 ถึง 8 กิโลกรัมต่อฤดูกาล ขณะที่น้ำผึ้งดอกไม้อาจให้ได้ถึง 20 ถึง 30 กิโลกรัม

นอกจากภาคใต้แล้ว บางพื้นที่ในป่าภาคเหนืออย่างจังหวัดเชียงใหม่ก็มีการเก็บน้ำผึ้งดิวจากต้นสนได้เล็กน้อย แต่จะมีปริมาณไม่มากนักและมักจะเก็บได้เพียง 2 ถึง 3 กิโลกรัมต่อรัง

เมื่อไปเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากไทยชวนฟ้า ควรสังเกตสีและเนื้อสัมผัส น้ำผึ้งดิวแท้จะมีความข้นมากและมีกลิ่นเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนน้ำผึ้งจากการเกษตรทั่วไป

ราคาของน้ำผึ้งดิวจึงมักสูงกว่าน้ำผึ้งดอกไม้ทั่วไปถึง 2 ถึง 3 เท่า เนื่องจากปริมาณที่จำกัดและกระบวนการเก็บเกี่ยวที่ยากลำบากกว่า

วิธีเก็บรักษาน้ำผึ้งดิวไม่ให้แข็งเป็นก้อนและวิธีละลาย

น้ำผึ้งดิวมีแนวโน้มที่จะตั้งผลึกและแข็งเป็นก้อนเร็วกว่าน้ำผึ้งทั่วไป จึงต้องเก็บในที่อุณหภูมิคงที่และใช้วิธีอุ่นน้ำอุ่นเพื่อละลาย

อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเก็บน้ำผึ้งดิวคือระหว่าง 10 ถึง 15 องศาเซลเซียส หากเก็บในที่อุณหภูมิห้องที่ประมาณ 25 ถึง 30 องศาเซลเซียส มันจะเริ่มตั้งผลึกภายใน 2 ถึง 3 สัปดาห์ และกลายเป็นก้อนแข็งภายใน 1 ถึง 2 เดือน

เพื่อการละลายน้ำผึ้งดิวที่แข็งตัวแล้ว ควรใช้วิธีนำขวดมาวางในอ่างน้ำอุ่นที่อุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส ทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง ห้ามใช้ไมโครเวฟเพราะจะทำลายเอนไซม์และสารอาหารในน้ำผึ้ง

หากต้องการใช้มันเป็นส่วนผสมในอาหาร สามารถนำมันไปแช่น้ำอุ่นแล้วตวงปริมาณที่ต้องการได้ทันที โดยใช้อัตราส่วนน้ำผึ้งดิว 1 ส่วนต่อน้ำ 2 ส่วนในการเจือจางเพื่อใช้เป็นน้ำจิ้มหรือน้ำสลัด

การเก็บให้ถูกวิธีช่วยรักษาความหนืดและรสชาติเฉพาะตัวของน้ำผึ้งดิวไว้ได้นานถึง 18 เดือนโดยไม่เสียคุณค่า

ควรหลีกเลี่ยงการเก็บน้ำผึ้งดิวในที่ที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส เพราะจะทำให้น้ำตาลทรายเปลี่ยนสภาพเป็นโมเลกุลที่แข็งตัวเร็วขึ้นและทำให้คุณภาพของน้ำผึ้งลดลง

ความทรงจำของการตามล่าน้ำผึ้งดิวบนต้นประดู่ในป่าใต้

ในอดีตครอบครัวของเราต้องออกตามล่าน้ำผึ้งดิวจากต้นประดู่ในป่าดิบ และความผิดพลาดครั้งหนึ่งก็สอนให้เรารู้จักการปรับตัวกับธรรมชาติของน้ำผึ้งชนิดนี้

เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ฉันออกไปเก็บน้ำผึ้งดิวจากต้นประดู่ใหญ่ในป่าสุราษฎร์ธานีเพียงลำพัง ในตอนเช้ามืดก่อนพระอาทิตย์ขึ้น อากาศเย็นชุ่มชื้นและมีกลิ่นเหม็นของยางไม้และน้ำหวานแมลงผสมกัน ฉันวางแผนจะเก็บผึ้ง 10 รัง

แต่เมื่อเปิดฝาเรือนผึ้งกลับพบว่า แมลงเพลี้ยบนต้นประดู่ได้ปล่อยน้ำหวานรั่วไหลลงมาท่วมขี้ผึ้งจนเละเทะ รังผึ้ง 4 ใน 10 รังถูกน้ำหวานที่เหนียวหนึบและสกปรกปนเปื้อนจนเก็บเกี่ยวไม่ได้ ฉันสูญเสียผลผลิตไปประมาณ 40% และรู้สึกหงุดหงิดกับความยุ่งเหยิงนี้มาก

ในตอนแรกฉันคิดจะทิ้งไป แต่ด้วยวัฒนธรรมการเลี้ยงผึ้งของครอบครัวที่เน้นความขยันและไม่ทิ้งของให้สูญเปล่า ฉันจึงตัดสินใจนำเปลือกผึ้งที่ปนเปื้อนไปแช่น้ำร้อนอุณหภูมิ 60 องศาเป็นเวลา 3 ชั่วโมง เพื่อไล่คราบน้ำหวานและขี้ผึ้งออก แล้วจึงกรองน้ำผึ้งดิบที่ได้กลับมา

แม้รสชาติจะออกมามีกลิ่นเหมือนดินและยางไม้มากกว่าปกติ แต่มันกลับมีเนื้อสัมผัสที่หนักแน่นและให้รสหวานกลมกล่อมที่ฉันไม่เคยพบในน้ำผึ้งดอกไม้ ทำให้ฉันเรียนรู้ว่าการเก็บน้ำผึ้งดิวต้องอาศัยความอดทนและการปรับตัวมากกว่าการเก็บน้ำผึ้งทั่วไป

ใช้น้ำผึ้งดิวทำอาหารและเครื่องดื่มอย่างไรให้ออกรสชาติเด่น

การใช้น้ำผึ้งดิวทำอาหารต้องใช้สัดส่วนที่น้อยกว่าน้ำผึ้งทั่วไปเพราะรสชาติเข้มข้นกว่า และเหมาะกับอาหารที่มีรสจัดหรือเนื้อสัตว์

ในการทำเนื้อย่างหรือแกงป่า น้ำผึ้งดิวเป็นส่วนผสมที่ยอดเยี่ยม ฉันมักใช้อัตราส่วนน้ำมันปลา 3 ส่วน ต่อน้ำผึ้งดิว 1 ส่วน (ประมาณ 30 มิลลิลิตร ต่อ 10 มิลลิลิตร) มาทาเนื้อไก่หรือเนื้อหมูก่อนอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 25 นาที ซึ่งจะให้เปลือกนอกกรอบและมีรสขมกลืนอมมะนาวเล็กน้อยจากสารแทนนิน

สำหรับการทำน้ำสลัด น้ำผึ้งดิว 2 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ล 3 ช้อนโต๊ะและน้ำมันมะกอก 4 ช้อนโต๊ะ จะให้รสชาติที่มีมิติและลึกกว่าการใช้น้ำผึ้งดอกไม้

นอกจากนี้ ยังสามารถนำน้ำผึ้งดิว 1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม) ละลายในชาเขียวร้อนที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสเพื่อชงเป็นเครื่องดื่มย่อยอาหารได้ โดยห้ามใช้น้ำร้อนจัดเพราะจะทำลายวิตามินและเอนไซม์ที่มีอยู่ในน้ำผึ้ง

การใช้น้ำผึ้งดิวในครัวจึงต้องคำนึงถึงความเข้มข้นของรสชาติและอุณหภูมิของอาหารเพื่อให้ได้คุณค่าสูงสุด

ประโยชน์ต่อสุขภาพและการดูแลร่างกายด้วยน้ำผึ้งดิว

น้ำผึ้งดิวมีแร่ธาตุสูงและมีคุณสมบัติในการบรรเทาอาการเจ็บคอและไอ แต่ผู้ป่วยเบาหวานควรรับประทานด้วยความระมัดระวัง

จากการศึกษาเบื้องต้น น้ำผึ้งดิวมีธาตุเหล็กสูงกว่าน้ำผึ้งดอกไม้ถึง 20% และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้ดีเนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระในระดับสูง

การรับประทานน้ำผึ้งดิววันละ 1 ช้อนโต๊ะ (15 มิลลิลิตร) ผสมกับน้ำอุ่น 3 ครั้งต่อวัน ช่วยเคลือบเยื่อบุผนังกระเพาะอาหารและลำคอให้โล่งสบายขึ้น

อย่างไรก็ตาม น้ำผึ้งดิวมีดัชนีน้ำตาล (glycemic index) ที่สูงกว่าน้ำผึ้งดอกไม้เล็กน้อย อยู่ที่ประมาณ 55 ถึง 60 เนื่องจากมีโมเลกุลน้ำตาลที่แตกต่างกัน ผู้ที่เป็นเบาหวานจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานและจำกัดปริมาณไม่เกิน 1 ช้อนชา (5 มิลลิลิตร) ต่อวัน

นอกจากนี้ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าน้ำผึ้งดิวที่ซื้อเป็นน้ำผึ้งดิบที่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ในอุณหภูมิต่ำกว่า 40 องศาเซลเซียส เพื่อคงไว้ซึ่งเอนไซม์ที่ช่วยย่อยอาหาร

สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำผึ้งดิวยังช่วยลดการอักเสบในร่างกายได้อีกด้วย หากบริโภคเป็นประจำทุกวันในช่วงฤดูฝนที่มีฝุ่นและเชื้อโรคมากมาย

บทความนี้ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญ

คำถามที่พบบ่อย

น้ำผึ้งดิวสามารถใช้แทน้น้ำผึ้งดอกไม้ได้ทุกสูตรหรือไม่?

ไม่สามารถใช้แทน้ได้ทุกสูตร เพราะน้ำผึ้งดิวมีรสชาติที่เข้มข้น มีกลิ่นของยางไม้และดิน และมีรสขมเล็กน้อยจากสารแทนนิน ควรใช้ในสูตรที่ต้องการรสชาติเด่น เช่น เนื้อย่าง แกงป่า หรือน้ำสลัด โดยใช้ปริมาณที่น้อยกว่าน้ำผึ้งดอกไม้ประมาณ 1 ใน 3

ทำไมน้ำผึ้งดิวถึงแข็งเป็นก้อนเร็วกว่าน้ำผึ้งทั่วไป?

น้ำผึ้งดิวแข็งเป็นก้อนเร็วกว่าเพราะมีอัตราส่วนของน้ำตาลกลูโคสที่สูงกว่าน้ำผึ้งดอกไม้ และความหนาแน่นอยู่ที่ 1.35 ถึง 1.40 กรัมต่อมิลลิลิตร ทำให้โมเลกุลน้ำตาลตกผลึกเร็ว จึงควรเก็บในที่อุณหภูมิ 10 ถึง 15 องศาเซลเซียสเพื่อชะลอการตั้งผลึก

การเก็บน้ำผึ้งดิวจากต้นประดู่ในไทยชวนฟ้ามีวิธีการอย่างไร?

การเก็บน้ำผึ้งดิวจากต้นประดู่จะทำในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม โดยต้องระวังเรื่องน้ำหวานจากแมลงเพลี้ยที่อาจทำให้ขี้ผึ้งเละเทะและปนเปื้อน จึงต้องคอยสังเกตรังผึ้งและแยกเปลือกผึ้งที่ปนเปื้อนออกไปแช่น้ำร้อน 60 องศาก่อนกรองเพื่อให้ได้น้ำผึ้งดิบที่สะอาด

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Shopping Cart